คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วัน อังคาร ที่ 11 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2557







               วันนี้อาจารย์ให้นักเรียนกลุ่มที่เหลือจากอาทิตย์ที่แล้วออกมานำเสนอแผนของตนเอง ซึ่งวันนี้เป็นการนำเสนอ ชนิด ลักษณะ ของแต่ละหน่วย ดังนี้







1.ครูและเด็กร่วมกันร้องเพลงประกอบท่าทาง "เพลง ชนิดของส้ม"

                                  ส้ม ส้ม ส้ม                         หนูรู้จักส้มหรือเปล่า
                                  ส้มมีหลากหลายไม่เบา     ทั้งส้มเขียวหวาน ส้มจีน
                                  อีกทั้งส้มเช้ง โชกุล           หนูๆลองทานส้มเอ่ย
                     
2.ครูถามเด็กว่าจากเพลงที่ร้องมีส้มอะไรบ้าง และเด็กๆรู้จักส้มอะไรบ้างนอกจากในเนื้อเพลง



1.ครูนำตะกร้าโดยมีผ้าปิดไว้มาให้เด็กดู จากนั้นครูให้เด็กทายว่าข้างในตะกร้ามีอะไร
2.ครูเปิดผ้าแล้วหยิบส้มจากตะกร้ามาให้เด็กสังเกต และตอบว่าเป็นส้มชนิดใดจนครบ
3.ครูให้เด็กๆช่วยกันนับส้มทั้งหมด พร้อมให้ตัวแทนออกมาหยิบป้ายตัวเลขฮินดูอารบิกปักกำกับไว้
4.ครูให้เด็กหยิบส้มแมนดารินแยกออกจากกลุ่มจนหมด แล้วถามเด็กๆว่าส้มแมนดารินกับที่ไม่ใช่ส้มแมนดาริน ส้มชนิดไหนมีมากกว่ากัน
5.ให้เด็กพิสูจน์โดยให้เด็กออกมาจับคู่แบบ 1 ต่อ 1 ถ้ากลุ่มใดหมดก่อนแสดงว่ากลุ่มนั้นน้อยกว่า ถ้ากลุ่มใดยังเหลือแสดงว่ากลุมนั้นน้อยกว่าแล้วนับจำนวนที่เหลือว่ามากกว่าเท่าไหร่




ครูและเด็กร่วมกันร้องเพลงชนิดของส้ม และร่วมกันต่อจิ๊กซอร์รูปส้ม





ตัวอย่างภาพการสอน


                กลุ่มนี้เป็นกลุ่มดิฉันเอง ซึ่งเป็นการสอนเกี่ยวกับชนิดของส้ม และมีการบูรณาการเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ในเรื่องของการนับพร้อมกับกำกับเลขฮินดูอารบิก การเปรียบเทียบ จำแนก โดยมีการต้องคำถามให้เด็กตอบ

                คำแนะนำอาจารย์ ควรฝึกการเรียงลำดับขั้นตอนการสอนให้ฟังราบรื่นมากกว่านี้ และควรฝึกพูดในการตั้งคำถามให้เหมาะสม



กลุ่มที่ 1 หน่วยสับปะรด



             กลุ่มนี้ได้นำเสนอเกี่ยวกับหัวข้อประโยชน์ของสับปะรด ซึ่งกลุ่มนี้ได้สาธิทการทำน้ำสัปะรด โดยสอนถึงขั้นตอนการทำพร้อมกับอธิบายและสาธิท
             คำแนะนำอาจารย์ ไม่ศึกษาถึงการทำน้ำสับปะรดให้ถูกต้องและเหมาะแก่การนำมาสอนเด็ก และควรมีการแนะนำถึงอุปกรณ์ให้เด็กๆได้รู้จักก่อน


กลุ่มที่ 2 หน่วยดิน




             กลุ่มนี้สอนเกี่ยวกับชนิดของดิน ซึ่งได้เริ่มขั้นนำโดยการพูดคำคล้องจอง และมีการนำดินจริงมาเป็นสื่อเพื่อให้เด็กๆได้เห็นของจริง

             คำแนะนำอาจารย์ ควรไปฝึกการพูดให้เหมาะสม และควรเปลี่ยนรูปภาพของดินให้ใช้ดินเป็นของจริงๆแทน และควรปรับการเรียงชนิดของดินให้เป็นแนวเดียวกันเพื่อไม่ทำให้เด็กสับสน



กลุ่มที่ 3 หน่วยทุเรียน




กลุ่มนี้ได้สอนเกี่ยวกับลักษณะของทุเรียน ซึ่งมีทุเรียนอยู่ 2 พันธ์ คือ พันธ์หมอนทอง กับพันธ์ชนี โดยกลุ่มนี้มีการใช้ภาพทุเรียนแต่ละพันธ์เป็นสื่อในการสอนเพื่อใช้แทนของจริง

คำแนะนำอาจารย์ ควรฝึกการพูดและฝึกในขั้นตอนการสอนให้เห็นถึงลำดับการสอนที่ถูกต้อง และควรมีการใช้ตารางเปรียบเทียบทุเรียน 2 พันธ์ให้ถูกต้อง แล้วควรนำมาหาความสัมพันธ์



กลุ่มที่ 4 หน่วยน้ำ





             กลุ่มนี้ได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องน้ำ โดยใช้การทดลองเกี่ยวกับลักษณะของน้ำ กับการเดินทางของน้ำ ซึ่งมีการทดลองอยู่ 3 วิธี คือ 1.การทอลองลักษณะของน้ำ(การใช้ภาชนะที่ต่างกัน)  2.การทดลองเกี่ยวกับการเดินทางของน้ำ(เดินทางจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ) 3.การทอลองการเปลี่ยนสถานะ(ของแข็งเป็นของเหลว)

            คำแนะนำอาจารย์ ควรมีการตั้งคำถามเพื่อให้เด็กตอบ และควรให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการทดลองด้วยโดยอาจจัดแบ่งกลุ่มเด็กออกเป็นฐาน



กิจกรรมไข่หรรษา(อาจารย์เป็นผู้จัด)

             หลังจากที่นักเรียนได้นำเสนอเกี่ยวกับหน่วยต่างๆเสร็จเรียบร้อยอาจารย์ก็ให้นักเรียนได้ไปร่วมกิจกรรมของอาจารย์เกี่ยวกับการทำขนมครกไข่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่อาจารย์เป็นคนจัดเตรียม และอาจารย์ได้มีการจัดกิจกรรมในขั้นตอนการทำออกเป็นฐานมีทั้งหมด 5 ฐาน เพื่อให้เห็นถึงวิธีการสอนเด็กทำอาหารอย่างถูก และให้เด็กได้มีส่วนร่วมกับการทำกิจกรรม ซึ่งจะแบ่งนักเรียนอยู่ในฐานออกเป็นฐานละ 5 คน มีฐาน 5 ฐาน ดังนี้


ฐานที่ 1  ฐานตัดกระดาษ


 


ฐานนี้จะเป็นฐานแรกที่จะให้เด็กๆช่วยกันตัดกระดาษเป็นวงกลมเพื่อเตรียมรองใส่อาหาร



ฐานที่ 2  ฐานหั่นผัก





ฐานนี้เป็นฐานหั่นผักเพื่อเตรียมนำผักที่หั่นไปให้กับฐานที่ปรุงอาหาร



ฐานที่ 3 ฐานตอกไข่ ตีไข่




ฐานนี้เป็นฐานที่จะต้องตอกไข่ ตีไข่ เพื่อจะนำไปให้กับฐานที่ปรุงอาหาร



ฐานที่ 4 ฐานปรุงอาหาร




                          ฐานนี้เป็นฐานที่จะต้องปรุงอาหารก่อนที่จะนำไปทำ ซึ่งเครื่องปรุงในการทำอาหารมี ดังนี้ หอม ซีอิ๊ว ปูอัด แครอท ซอส ข้าว ไข่


ฐานที่ 5 ฐานทำอาหาร





ฐานนี้เป็นฐานสุดท้ายเป็นฐานที่ต้องลงมือปฏิบัติทำขนมครกไข่ 



            กิจกรรมการทำอาหารที่แบ่งเป็นฐานๆนี้เมื่อเรานำไปสอนเด็กเราก็ควรทำเป็นฐาน เพื่อเด็กๆจะได้ร่วมทำอาหารร่วมกัน และในฐานแต่ละฐานเด็กๆจะต้องหมุนเวียนเปลี่ยนกันทำให้ครบทุกฐาน เพื่อเด็กๆจะได้เรียนรู้ถึงขั้นตอนการทำได้ครบถ้วนทุกขั้นตอน



การนำไปประยุกต์ใช้

         เราสามารถนำคำแนะนำของอาจารย์เกี่ยวกับการสอนแผ่นต่างๆไปปรับแก้ไขเพื่อนำไปสอนเด็กได้ และในกิจกรรมการทำขนมครกไข่ของอาจารย์นี้เราก็สามารถนำไปเป็นแนวทางในการนำไปสอนเด็ก โดยใช้การแบ่งฐานเพื่อให้เด็กได้ร่วมกิจกรรม และรู้ถึงขั้นตอนการทำ

การประเมินผล

ตนเอง : วันนี้ได้ทั้งความรู้เกี่ยวกับการสอน และการวางแผนในขั้นตอนการสอนที่ถูกต้อง และยังสนุกสนานกับการได้ทำขนมครกไข่

เพื่อน : วันนี้เพื่อนๆต่างสนุกสนานกับการทำกิจกรรมมาก และยังตั้งใจให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

อาจารย์ : วันนี้อาจารย์ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสอนได้ชัดเจนมาก และอาจารย์ยังมีการจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนได้ทำ เพื่อให้เห็นถึงขั้นตอนการสอนที่ชัดเจนมากขึ้น






    

วันนี้สนุกมากเลยไว้เจอกันสัปดาห์หน้านะจ๊ะเพื่อนๆ



วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วัน อังคาร ที่ 4 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2557



           วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาออกมานำเสนอแผนแต่ละหน่วยที่ทุกกลุ่มได้เตรียมมาต้องแต่อาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้เป็นการนำเสนอแผนในการแปรรูป โดยกลุ่มที่นำเสนอวันนี้เป็นการนำเสนอการทำอาหารที่เกี่ยวข้องกับหน่วยของตนเอง มีกลุ่มที่นำเสนอ ดังนี้
กลุ่มที่ 1 หน่วยไข่


          กลุ่มนี้มีการนำเสนอขั้นนำด้วยการร้องเพลงคำคล้องจองที่เกี่ยวกับไข่ ขั้นสอนเพื่อนๆก็มีการแนะนำถึงอุปกรณ์ในการทำอาหารให้เรารู้จัก และเริ่มทำอาหารเป็นไปตามลำดับขั้นตอนพร้อมกับการพูดและอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการทำ

           คำแนะนำอาจารย์ ดังนี้ ไม่ควรเปิดการสอนเริ่มแรกด้วยคำคล้องจอง แต่เป็นการพูดถึงเรื่องที่จะนำมาสอนวันนี้ให้เด็กๆเข้าใจ



กลุ่มที่ 2  หน่วยกล้วย






           กลุ่มนี้มีการนำเสนอขั้นนำด้วยการอธิบายถึงหน่วยที่ตนเองสอน และมีการอธิบายเกี่ยวกับลำดับขั้นตอนการทำพร้อมกับสาธิทให้ดู โดยกลุ่มนี้ทำกล้วยฉาบเสร็จก็ได้ให้เพื่อนๆในห้องได้ชิม

           คำแนะนำของอาจารย์ อาจารย์ได้แนะนำว่าควรมีการแนะนำถึงอุปกรณ์ที่นำมาทำให้เด็กๆรู้จักก่อน



กลุ่มที่ 3 หน่วยกบ




         กลุ่มนี้มีการนำเสนอขั้นนำด้วยการร้องเพลงกบ และมีการอธิบายถึงวงจรชีวิตของกบพร้อมกับมีภาพประกอบของวงจรให้เด็กๆดู และก็ได้อธิบายเป็นช่วงอายุของวงจรกบ

         คำแนะนำอาจารย์ อาจารย์ได้แนะนำว่าก่อนจะเข้าถึงขั้นการสอนควรมีการพูดถึงกบ หรือไม่ก็ควรพาเด็กๆออกไปดูกบจากแหล่งจริงๆ เพื่อให้เด็กๆได้เห็นถึงบริบทรอบๆของกบอย่างแท้จริง


กลุ่มที่ 4 หน่วยข้าว




         กลุ่มนี้มีการนำเสนอขั้นนำด้วยการอธิบายถึงอุปกรณ์ที่นำมา และได้พูดถึงขั้นตอนวิธีการทำให้ฟังพร้อมกับการสาธิทการทำให้ดู โดยมีการสรุปถึงสิ่งที่เด็กชอบทานมากที่สุดเป็นตาราง

          คำแนะนำอาจารย์ กลุ่มนี้อาจารย์ให้คำแนะนำถึงขั้นสรุปว่าไม่ควรสรุปเป็นตารางเพราะจะทำให้เด็กๆรู้สึกเบื่อ จึงอยากให้สรุปเป็นการพูดสรุปถึงการทำอาหารในวันนี้แทน



การนำไปประยุกต์ใช้

          เราสามารถนำคำแนะนำของอาจารย์ไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เหมาะแก่การนำไปสอนเด็กมากขึ้น และเรายังสามารถนำไปหาวิธีที่จะนำไปสอนเด็กพร้อมกับหาเทคนิคดึงดูดความสนใจเด็กมากขึ้น
             


การประเมินผล

ตนเอง : วันนี้รู้สึกไม่ค่อยสบายจึงเรียนไม่ค่อยสนุกสักเท่าไหร่ แต่ดิฉันก็ยังพยายามและตั้งใจฟังอาจารย์เป็นอย่างดี

เพื่อน  : วันนี้เพื่อนมีการเตรียมอุปกรณ์เพื่อจะนำมาเสนอการสอนเป็นอย่างดี และมีการเตรียมวิธีการสอนที่มีความดึงดูดความสนใจเพื่อนๆได้เป็นอย่างดี

อาจารย์ : วันนี้อาจารย์ได้ให้คำแนะนำวิธีการสอน และวิธีการเรียงลำดับขั้นตอนการสอนที่ถูกต้อง เพื่อให้นักเรียนได้ เพื่อให้นักเรียนได้นำไปปรับปรุงแก้ไขในการนำไปใช้ในครั้งต่อไป







 





วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วัน อังคาร ที่ 28 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2557






             วันนี้ได้เริ่มการสอนโดยให้นักเรียนได้ทดลองเกี่ยวกับเรื่อง น้ำ แบบง่ายๆ ซึ่งอาจารย์ได้เตรียมอุปกรณ์มาให้ทดลองแบบหลายวัสดุ และแบบหลายๆวิธี ในการทำการทดลองนี้อาจารย์จะให้นักเรียนออกมาทีละแถว เพื่อให้ทุกคนได้ทดลองกันครบทุกคนและเพื่อให้เป็นระเบียบในการทดลอง ซึ่งมีบรรยายกาศ และการทดลอง ดังนี้




บรรยากาศในการทดลอง


กิจกรรมที่ 1  การทดลองกระดาษกับน้ำ




สิ่งที่เกิด
                 กระดาษที่เราดัดเป็นดอกไม้และพับให้เป็นวงกลมเมื่อเรานำไปว่างใส่น้ำกระดาษจากที่พับเป็นวงกลมอยู่นั้นเริ่มคลายกรีบออกที่ละข้างจนครบทุกกรีบและกระดาษไม่จม เป็นเพราะกระดาษมีการดูดซึมน้ำทีละนิดจนทำให้ขยายกรีบออกและกระดาษมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำจึงสามารถลอยตัวโดยไม่จมได้


กิจกรรมที่ 2  ทดลองดินน้ำมัน(แบบก้อน / แบบแผ่น)กับน้ำ




สิ่งที่เกิด 
               เมื่อเรานำดินน้ำมันมันปั้นเป็นวงกลมแล้วนำไปทิ้งใส่น้ำปรากฎว่าดินน้ำมันก็จม เมื่อเราลองเปลี่ยนวิธีการปั้นเป็นรูปแบบแผ่นแล้วนำไปทิ้งลงในน้ำปรากฎว่าดินน้ำมันก็ยังจมอยู่ดี  เพราะถึงเราจะปั้นแบบกลมหรือแบบแผ่นก็จมนั้นเป็นเพราะว่าดินน้ำมันมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำจึงไม่สามารถลอยตัวบนน้ำได้


กิจกรรมที่ 3 ทดลองการปล่อยน้ำผ่านสายยาง




สิ่งที่เกิด
              เมื่อเรานำสายยางข้างหนึ่งไปใส่ขวดที่มีน้ำส่วนอีกข้างไปวางใส่ถ้วย เมื่อเราเริ่มดูดน้ำแล้วปล่อยให้น้ำไหลอยู่นั้นเราจะสังเกตเห็นว่าเมื่อเรานำถ้วยสายยางที่นำไหลออกนั้นมาวางระดับเดียวกันกับขวดน้ำที่เป็นตัวปล่อยน้ำนั้น น้ำจะไหลออกน้อยมาก และเมื่อเราลองเอาถ้วยลงมาวางข้างล่างให้อยู่ต่างระดับกันเราจะสังเกตเห็นได้ว่าน้ำจะพุ่งไหลออกแรงมาก เพราะคุณสมบัติของน้ำนั้นคือจะไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำจึงทำให้น้ำต่างระดับไหลออกแรงกว่าน้ำที่อยู่ในระดับเดี่ยวกัน


กิจกรรมที่ 4  ทดลองปากกากับน้ำ




สิ่งที่เกิด
             เมื่อเรานำน้ำเท่ใส่แก้วแล้วนำเอาปากกาไปวางใส่แก้วน้ำนั้นจะสังเกตเห็นว่าก้นปากกาที่จมอยู่ในน้ำนั้นจะใหญ่ขึ้นกว่าขนาดปากกาปกติ และยังสังเกตเห็นว่าระดับน้ำจะสูงขึ้นกว่าเดิม เมื่อเรามาสังเกตดูระดับพื้นผิวน้ำเราจะสังเกตเห็นว่ารูปทรงของปากกามีการเกิดการหักเหทำเห็นเหมือนว่าปากกาหัก


          หลังจากที่อาจารย์ให้ทำการทดลองเสร็จเรียบร้อยอาจารย์ก็ได้อธิบายเกี่ยวกับการเขียนแผนของแต่ละหน่วย บอกถึงแนวทางการเขียน การเลียงลำดับขั้นการสอน การสอนให้สอดคล้องกับหน่วย และการใช้สื่อ  ซึ่งเป็นการชี้แนะเพิ่มเติมจากอาทิตย์ที่ผ่านมา


การนำไปประยุกต์ใช้

            เราสามารถนำการทดลองเหล่านี้ไปใช้ในการสอนเด็กเกี่ยวกับเรื่องน้ำได้ และเรายังสามารถนำมาเป็นแนวทางในการคิดหาวิธีเลือกสื่อในการนำไปให้เด็กทดลองแบบวิธีง่ายๆนี้ได้


การประเมินผล

ตนเอง : วันนี้สนุกสนามากกับการทดลองเกี่ยวกับเรื่องน้ำ และรู้สึกได้รู้อะไรเกี่ยวกับน้ำเพิ่มมากขึ้น

เพื่อน : เพื่อนๆต่างสนุกสนานและตื่นเต้นกับการได้ทดลองในเรื่องของน้ำ และทุกคนก็ต่างหาวิธีในการทำการทดลองต่างๆ

อาจารย์ : วันนี้อาจารย์เตรียมการสอนมาดีมาก และอาจารย์มีเทคนิคในการเลือกสื่อและวิธีการสอนดีมาก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้ทั้งความรู้และความสนุกสนาน  และอาจารย์ยังมีการวางแผนในการสอนได้พอเหมาะกับเวลาเป็นอย่างดี





ไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะ...บาย






วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วัน อังคาร ที่ 21 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2557






                    วันนี้อาจารย์เริ่มการสอนโดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่ยังไม่นำเสนอสื่อวิทยาศาสตร์สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ออกมานำเสนอสื่อ ซึ่งสื่อเหล่านี้จะมีความสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ โดยจะประดิษฐ์สื่อจากวัสดุเหลือใช้ หรือเป็นวัสดุจากธรรมชาติก็ได้




ตัวอย่างสื่อวิทยาศาสตร์สัปดาห์ที่ 2




ตัวอย่างสื่อวิทยาศาสตร์สัปดาห์ที่ 2

1. ชื่อสื่อแก้วส่งเสียง
              
             สิ่งที่เกิด  เมื่อนำแก้วพาสติกเจาะรูตรงกลางก้นแก้วแล้วนำหลอดไปเสียบใส่ในรูที่เจาะเมื่อเราดึงหลอดขึ้นลงไปมามันก็จะเกิดเสียงขึ้น ซึ่งเสียงนี้จะเกิดจากการเสียดสีของหลอดกับช่องว่างของก้นแก้วทำให้อากาศไปกระทบกับผนังแก้วเลยเกิดเป็นเสียงขึ้น

2. ชื่อสื่อแก้วเต้นรำ

              สิ่งที่เกิด  เมื่อนำแก้วพาสติกมาเจาะรูตรงก้นแก้วแล้วนำเชือกมาผูกร้อยระหว่างแก้วที่1 กับแก้วที่ 2 แล้วนำเศษถุงพาสติกผูกตรงกลางเชือกระหว่างแก้ว 2 ข้าง เมื่อนำแก้วมาซ้อนกันเราจะเป่าลมเข้าไปในช่องระหว่าง 2 แก้ว จะทำให้แก้วกระโดดออกจากกัน เป็นเพราะการที่เราเป่าลมใส่ในช่องว่างของแก้วนั้นลมจากที่เราเป่าก็เป็นอากาศที่เข้าไปดัดก้นแก้วที่ติดกันอยู่ดัดแก้วออกมา

3. ชื่อสื่อผึ้งลอยน้ำ

              สิ่งที่เกิด    เมื่อเรานำขวดนมมาติดกับกระดาษแข็งที่ทำเป็นปีกของผึ้งนั้นเมื่อเรานำไปลอยน้ำผึ้งก็สามารถลอยได้โดยไม่จม เป็นเพราะการทำปีกที่แข็งและปีกเป็นตัวต้านลมที่จะช่วยพยุงตัวผึ้งไม่ให้เอียงและจม

4. ชื่อสื่อดอกไม้หมุนได้

               สิ่งที่เกิด    เมื่อนำแผ่น CD มาติดทำเป็นดอกไม้ติดใส่กับไม้ตะเกียบที่ทำเป็นก้านดอกไม้ เมื่อเราเป่าลมใส่ด้านข้างของแผ่น CD จะทำให้แผ่น CD หมุนเป็นวงกลม เป็นเพราะว่าเมื่อเราเป่าลมใส่แผ่นนั้น ลมที่เป็นอากาศนี้ก็จะเป็นตัวดัดแผ่น CD ทำให้มันหมุนเป็นวงกลม


                
                 หลังจากที่เพื่อนๆนำเสนอสื่อวิทยาศาสตร์เสร็จเรียบร้อยแล้วอาจารย์ก็ได้สอนและอธิบายเกี่ยวกับการเขียนแผนเพิ่มเติม ซึ่งอาจารย์ได้อธิบายการเขียนของแต่ละหน่วยให้ฟัง พร้อมกับยกตัวอย่างวิธีการสอนในแต่ละหน่วยเพิ่มด้วย ซึ่งอาจารย์บอกว่าในการสอนในแต่และวัน หรือแต่ละหน่วยนั้นควรที่จะมีการเขียนดังนี้ 1. ขั้นนำ   2. ขั้นสอน   3. ขั้นสรุป    

เช่น  1. ขั้นนำ    
             - นำด้วยการร้องเพลง
             - นำด้วยนิทาน
             - นำด้วยคำคล้องจอง

        2. ขั้นสอน
            - สอนจากสถานที่จริง
            - สอนผ่านสื่อของหน่วยนั้นๆ
            - สอนด้วย VDO
            - สอนโดยการจัดกิจกรรม เช่น เกม / เล่านิทาน / บทบาทสมมุติ

        3. ขั้นสรุป
            - สรุปโดย Mind  map
            - สรุปโดยการวาดภาพ
            - สรุปด้วยเพลง


หมายเหตุ : สัปดาห์หน้าอาจารย์ได้สั่งให้นักศึกษาเตรียมสื่อที่จะนำมาสอนเกี่ยวกับหน่วยของกลุ่มตัวเอง เพื่อจะนำมานำเสนอให้เพื่อนในชั้นดู


การนำไปประยุกต์ใช้

              เราสามารถนำคำอธิบายเกี่ยวกับการเขียนแผนนี้ไปปรับใช้ในการเขียนแผนในรายวิชาอื่นๆได้ และเรายังสามารถนำตัวอย่างที่อาจารย์ได้ยกขึ้นมานั้นเป็นแนวทางในการนำไปจัดกิจกรรม หรือนำไปจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กๆได้

การประเมินผล

ตนเอง : วันนี้ตั้งใจในการฟังเพื่อนๆนำเสนอสื่อ และตั้งใจฟังอาจารย์อธิบายเป็นอย่างดี

เพื่อน  :  วันนี้เพื่อนๆต่างเตรียมตัวในการนำเสนอสื่อเป็นอย่างดี และเพื่อนๆก็ตั้งใจฟังอาจารย์พูดและอธิบายดีมาก

อาจารย์  :  วันนี้อาจารย์ได้อธิบายเกี่ยวกับการเขียนแผนได้ชัดเจนมาก และอาจารย์ก็ยังยกตัวอย่างในการจัดกิจกรรมได้ชัดเจน และเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น




  


วันนี้เรียนสนุกมากเลยเจอกันสัปดาห์หน้าจ้า

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วัน อังคาร ที่ 14 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2557







                วันนี้อาจารย์เริ่มการเรียนการสอนโดยให้นักเรียนออกมานำเสนอสื่อวิทยาศาสตร์ ซึ้งเป็นสื่อที่อาจารย์สั่งไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ในการทำสื่อวิทยาศาสตร์นี้จะต้องเป็นการใช้อุประกรณ์จากวัสดุเหลือใช้หรือเป็นวัสดุจากธรรมชาติ โดยเพื่อนๆที่ทำสื่อมานำเสนอวันนี้ต้องเป็นสื่อที่เหมาะแก่การนำไปใช้สอนเด็กเกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์แบบง่ายๆ อาจจะเป็นเรื่องของอากาศ ลม แสง เป็นต้น 




ตัวอย่างสื่อวิทยาศาสตร์ของเพื่อนๆ


ตัวอย่างการนำเสนอสื่อวิทยาศาสตร์

1. กีต้าจากหลอด
                  สิ่งที่เกิด   ในขณะที่เราดีดยางที่ทำเป็นสายกีต้านั้นจะเห็นว่าถ้าหลอดมีความกว้างมากเสียงที่เราดีดก็จะดังมาก หากหลอดแคบลงเราก็จะได้ยินเสียงดีดเบาลง

2.ไหมพรมเต้นระบำ
                   สิ่งที่เกิด    ในการที่เราเป่าลมผ่านไปในหลอดที่มีไหมพรมร้อยอยู่นั้นยิ่งเราเป่าแรงมากเท่าไหร่ไหมพรมก็จะลอยแรงและเร็วเท่านั้น ซึ่งเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับลมที่เราเป่าเกิดเป็นอากาศที่เคลื่อนที่และลมมีแรงดันทำให้ไหมพรมลอยได้

3. ลูกโป่งลอยฟ้า
                   สิ่งที่เกิด    ในขณะที่เพื่อนเป่าลมผ่านหลอดแล้วนำลูกปิงปองใส่ไว้ด้านบนทำให้เกิดการลอยตัวของลูกปิงปองขึ้น ซึ้งเกิดจากลมที่เพื่อนเป่าแล้วเกิดเป็นแรงลมดันลูกปิงปองลอยตัวขึ้น

4. เรือดำน้ำ
                    สิ่งที่เกิด    ในขณะที่เพื่อนอธิบายการเล่นเราจะเรียนรู้ถึงการที่เราใช้น้ำเป็นตัวที่เท่ใส่เรือเพื่อที่น้ำนั้นจะเป็นแรงดันเรือทำให้เรือแล่นหมุนไปได้




สื่อวิทยาศาสตร์ของฉัน(ชื่อถุงโปร่งพอง)


 


อุปกรณ์การทำ

1.ท่อ PVC
2. ถุงพาสติก
3. หนังยาง
4. กรรไกร
5. กระดาษสี
6. กาว


ขั้นตอนการทำ




               1. นำกระดาษสีมาพันรอบท่อ pvc แล้วนำกาวมาติดให้แน่นๆเพื่อไม่ให้กระดาษหลุดได้




                 2. นำกระดาษมามัดใส่กับท่อ PVC แล้วนำเอาหนังยางมาลัดตรงปลายระหว่างถุงพาสติกกับท่อ PVC 




                            3. นำกระดาษสีมาตกแต่งให้สวยงามตามจินตนาการ


วิธีการเล่น 

            เด็กสามารถเล่นได้อย่างง่ายแค่เป่าลมเข้าไปในถุงพาสติก โดยผ่านท่อ PVC


สิ่งที่เด็กได้รับและได้สังเกต

              เด็กจะได้สังเกตลมที่เราเป่าเข้าไปในถุงพาสติกว่าก่อนที่เราจะเป่ามันเป็นรูปร่างอย่างไร และหลังจากที่เป่าลมเข้าไปแล้วถุงพาสติกจะเปลี่ยนเป็นรูปร่างอย่างไร เด็กๆยังได้เรียนเกี่ยวกับอากาศเหล่านี้มากขึ้นว่าการที่เป่าลมเข้าไปในถุงพาสติกนั้นเมื่อลมที่เป็นอากาศเข้าไปในถุงพาสติกก็จะทำให้อากาศกระจายตัวออกจากกันทำให้ถุงพาสติกพองโตขึ้นเป็นรูปร่างต่างๆ 





หมายเหตุ : นี้เป็นหน่วยส้มของกลุ่มดิฉันที่ปรับปรุงแก้ไขเสร็จแล้ว (อาจารย์ให้นำโพติในบล็อก)




การนำไปประยุกต์ใช้

               เราสามารถนำสื่อวิทยาศาสตร์ของเพื่อนๆเหล่านี้ไปปรับเปลี่ยนหรือเป็นแนวทางในการไปประดิษฐ์สื่อวิทยาศาสตร์สอนเด็กๆได้ ซึ่งเป็นสื่อที่ใช้สอนได้จริง ทำได้ง่ายๆ และเรายังใช้สื่อเหล่านี้เป็นการเชื่อมโยงในการเรียนเกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์ในหน่วยต่างๆได้


การประเมินผล

ตนเอง : วันนี้ตั้งใจดูการนำเสนอสื่อของเพื่อนๆเป็นอย่างดี และชื่นชอบสื่อของเพื่อนๆมาก

เพื่อน  :  วันนี้เพื่อนๆต่างประดิษฐ์สื่อกันได้ดีมากมีการแตกต่างและเป็นสื่อที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ได้ดีมาก

อาจารย์ : วันนี้อาจารย์ก็ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำไปสอนเด็กๆ และอาจารย์ก็ได้ให้คำชี้แนะเกี่ยวกับการทำสื่อที่ดีและคงทนเพิ่มเติมให้กับเพื่อนๆอกด้วย





วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วัน อังคาร ที่ 7 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2557









หมายเหตุ  :  วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากเป็นวันสอบ และเพื่อให้นักศึกษาได้เตรียมตัวในการอ่านหนังสือสอบอย่างเต็มที่ 












 


สู้ สู้ นะเพื่อนๆ 







วัน อังคาร ที่ 30 เดือน กันยายน พ.ศ.2557









              วันนี้อาจารย์ได้เริ่มการสอนจากการที่อาจารย์แจกกระดาษให้กับแต่ละแถวคนละ 1 แผ่น ซึ่งแต่ละแถวอาจารย์อาจารย์ให้ตัดกระดาษและพับกระดาษที่แตกต่างกันออกไปเป็นการประดิษฐ์กังหันเล็ก ซึ่งหลังจากที่แต่ละแถวพับและตัดเสร็จอาจารย์ก็ให้แต่ละแถวออกมาทำให้เพื่อนๆดูจนถึงแถวสุดท้ายเพื่อนให้เห็นถึงความแตกต่างของการประดิษฐ์กังหันเล็กของแต่ละแถวว่าแตกต่างกันอย่างไร และเพราะอะไร ซึ่งการประดิษฐ์กังหันมีลักษณะ ดังนี้


ตัวอย่างกังหัน



กิจกรรมที่ 1 การประดิษฐ์กังหัน


ความแตกต่างของกังหันแต่ละแถว

 แถวที่ 1  กังหันแถวนี้หมุนได้เร็วและนานเพราะเกิดจากการพับกระดาษที่ถูกลักษณะในการทำปีกเพื่อให้ต้านกับอากาศได้ดี
      
 แถวที่ 2  กังหันหมุนได้เร็วแต่หมุนอยู่ได้ไม่นานนักเพราะอาจเกิดจากการการพับกระดาษและวิธีการโยนที่แตกต่างกัน

 แถวที่ 3  กังหันแถวนี้ไม่ค่อยหมุนอาจเกิดจากการพับกระดาษที่ไม่ถูกลักษณะในการทำปีกต้านอากาศทีดีสักเท่าไหร่และอาจเกิดจากวิธีการโยนของแต่ละบุคคลที่บางคนอาจโยนได้สูง และอาจโยนได้ต่ำ

 แถวที่ 4  แถวนี้ได้มีการแก้ไขและปรับเปลี่ยนจากที่สังเกตจากแถวอื่นๆในเรื่องของการเปลี่ยนวิธีการโยน การตัดและการพับกระดาษ ซึ่งยังมีการทดลองการลอยตัวของกังหันก่อนนำมาสาธิตให้เพื่อนดู แถวนี้จึงได้กังหันที่หมุนได้เร็วและลอยตัวอยู่บนอากาศได้นานกว่าแถวอื่นๆ




กิจกรรมที่ 2 การประดิษฐ์ของเล่น

              กิจกรรมนี้เป็นการประดิษฐ์ของเล่นง่ายๆโดยเราสามารถให้เด็กๆประดิษฐ์เองได้ และนำไปเล่นได้จริงๆ ซึ่งของเล่นนี้จะสอดแทรกเกี่ยวกับเรื่องของทางเดินอากาศที่มีการเคลื่อนที่ โดยมีอุปกรณ์ ขั้นตอนการทำ และวิธีการเล่น ดังนี้





ตัวอย่างการประดิษฐ์ของเล่น



การประดิษฐ์ของเล่น

อุปกรณ์
1. แกนกระดาษทิชชู
2. เชือก
3. กระดาษ
4. สี
5. ดินสอ
6. กรรไกร

ขั้นตอนการทำ
1. นำแกนกระดาษทิชชูเจาะรูทั้ง 2 ข้างให้ตรงกัน
2. นำเชือกมาร้อยใส่กับแกนกระดาษทิชชูทั้ง 2 ข้าง แล้วผูกปลายเชือกติดกัน
3. นำกระดาษมาตัดเป็นรูปวงกลม แล้ววาดรูปตามจิตนาการณ์พร้อมกับตกแต่งให้สวยงาม
4. นำกระดาษที่วาดรูปตกแต่งเรียบร้อยแล้วมาติดใส่ตรงกลางของแกนกระดาษทิชชู

วิธีการเล่น
            นำเชือกมาแขวนคอแล้วให้แกนกระดาษทิชชูอยู่ด้านล่าง เพื่อที่เราจะใช้มือทั้ง 2 ข้างดึงเชือกด้านล่างสลับไปมาขณะที่เราดึงเชือกสลับไปมาอยู่นั้นแกนกระดาษทิชชูจะขยับและลอยตัวขึ้นมาเรื่อยๆ


หมายเหตุ : ถ้าดึงเชือกไม่ถูกวิธีแกนกระดาษทิชชูจะไม่เลื่อนขึ้น







สรุปบทความที่ 1






สรุปบทความที่ 2 





การนำไปประยุกต์ใช้
    
                เราสามารถนำการประดิษฐ์ของเล่นแบบง่ายๆนี้ไปใช้ในการเรียนการสอนให้กับเด็กได้จริง และเรายังสามารถนำการประดิษฐ์กังหันไปสอนเด็กเกี่ยวกับเรื่องของอากาศและลมได้  เราอาจจะนำหลักการประดิษฐ์เหล่านี้เป็นแบบอย่างในการไปประดิษฐ์ของเล่นอื่นๆได้


การประเมินผล

ตนเอง : วันนี้สนุกสนานกับการประดิษฐ์ของเล่นมากและยังได้รับความรู้เรื่องอากาศที่ใช้ของเล่นเป็นสื่อในการสอนได้มากขึ้น

เพื่อน : เพื่อนๆต่างก็ตั้งใจในการประดิษฐ์ของเล่นกันเป็นอย่างดี เพื่อนๆต่างคนต่างมีเทคนิคในการประดิษฐ์ที่แตกต่างกันออกไป

อาจารย์ : วันนี้อาจารย์ได้ใช้เทคนิคในการนำสื่อของเล่นมาปยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนได้ดีมาก และเป็นการสอนที่ดึงดูดความสนใจและไม่น่าเบื่อกับการเรียน เป็นการสอนที่ได้ท้งความรู้และความสนุกสนาน




 


วันนี้สนุกมากเลย  ไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะ