คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วัน อังคาร ที่ 21 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2557






                    วันนี้อาจารย์เริ่มการสอนโดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่ยังไม่นำเสนอสื่อวิทยาศาสตร์สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ออกมานำเสนอสื่อ ซึ่งสื่อเหล่านี้จะมีความสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ โดยจะประดิษฐ์สื่อจากวัสดุเหลือใช้ หรือเป็นวัสดุจากธรรมชาติก็ได้




ตัวอย่างสื่อวิทยาศาสตร์สัปดาห์ที่ 2




ตัวอย่างสื่อวิทยาศาสตร์สัปดาห์ที่ 2

1. ชื่อสื่อแก้วส่งเสียง
              
             สิ่งที่เกิด  เมื่อนำแก้วพาสติกเจาะรูตรงกลางก้นแก้วแล้วนำหลอดไปเสียบใส่ในรูที่เจาะเมื่อเราดึงหลอดขึ้นลงไปมามันก็จะเกิดเสียงขึ้น ซึ่งเสียงนี้จะเกิดจากการเสียดสีของหลอดกับช่องว่างของก้นแก้วทำให้อากาศไปกระทบกับผนังแก้วเลยเกิดเป็นเสียงขึ้น

2. ชื่อสื่อแก้วเต้นรำ

              สิ่งที่เกิด  เมื่อนำแก้วพาสติกมาเจาะรูตรงก้นแก้วแล้วนำเชือกมาผูกร้อยระหว่างแก้วที่1 กับแก้วที่ 2 แล้วนำเศษถุงพาสติกผูกตรงกลางเชือกระหว่างแก้ว 2 ข้าง เมื่อนำแก้วมาซ้อนกันเราจะเป่าลมเข้าไปในช่องระหว่าง 2 แก้ว จะทำให้แก้วกระโดดออกจากกัน เป็นเพราะการที่เราเป่าลมใส่ในช่องว่างของแก้วนั้นลมจากที่เราเป่าก็เป็นอากาศที่เข้าไปดัดก้นแก้วที่ติดกันอยู่ดัดแก้วออกมา

3. ชื่อสื่อผึ้งลอยน้ำ

              สิ่งที่เกิด    เมื่อเรานำขวดนมมาติดกับกระดาษแข็งที่ทำเป็นปีกของผึ้งนั้นเมื่อเรานำไปลอยน้ำผึ้งก็สามารถลอยได้โดยไม่จม เป็นเพราะการทำปีกที่แข็งและปีกเป็นตัวต้านลมที่จะช่วยพยุงตัวผึ้งไม่ให้เอียงและจม

4. ชื่อสื่อดอกไม้หมุนได้

               สิ่งที่เกิด    เมื่อนำแผ่น CD มาติดทำเป็นดอกไม้ติดใส่กับไม้ตะเกียบที่ทำเป็นก้านดอกไม้ เมื่อเราเป่าลมใส่ด้านข้างของแผ่น CD จะทำให้แผ่น CD หมุนเป็นวงกลม เป็นเพราะว่าเมื่อเราเป่าลมใส่แผ่นนั้น ลมที่เป็นอากาศนี้ก็จะเป็นตัวดัดแผ่น CD ทำให้มันหมุนเป็นวงกลม


                
                 หลังจากที่เพื่อนๆนำเสนอสื่อวิทยาศาสตร์เสร็จเรียบร้อยแล้วอาจารย์ก็ได้สอนและอธิบายเกี่ยวกับการเขียนแผนเพิ่มเติม ซึ่งอาจารย์ได้อธิบายการเขียนของแต่ละหน่วยให้ฟัง พร้อมกับยกตัวอย่างวิธีการสอนในแต่ละหน่วยเพิ่มด้วย ซึ่งอาจารย์บอกว่าในการสอนในแต่และวัน หรือแต่ละหน่วยนั้นควรที่จะมีการเขียนดังนี้ 1. ขั้นนำ   2. ขั้นสอน   3. ขั้นสรุป    

เช่น  1. ขั้นนำ    
             - นำด้วยการร้องเพลง
             - นำด้วยนิทาน
             - นำด้วยคำคล้องจอง

        2. ขั้นสอน
            - สอนจากสถานที่จริง
            - สอนผ่านสื่อของหน่วยนั้นๆ
            - สอนด้วย VDO
            - สอนโดยการจัดกิจกรรม เช่น เกม / เล่านิทาน / บทบาทสมมุติ

        3. ขั้นสรุป
            - สรุปโดย Mind  map
            - สรุปโดยการวาดภาพ
            - สรุปด้วยเพลง


หมายเหตุ : สัปดาห์หน้าอาจารย์ได้สั่งให้นักศึกษาเตรียมสื่อที่จะนำมาสอนเกี่ยวกับหน่วยของกลุ่มตัวเอง เพื่อจะนำมานำเสนอให้เพื่อนในชั้นดู


การนำไปประยุกต์ใช้

              เราสามารถนำคำอธิบายเกี่ยวกับการเขียนแผนนี้ไปปรับใช้ในการเขียนแผนในรายวิชาอื่นๆได้ และเรายังสามารถนำตัวอย่างที่อาจารย์ได้ยกขึ้นมานั้นเป็นแนวทางในการนำไปจัดกิจกรรม หรือนำไปจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กๆได้

การประเมินผล

ตนเอง : วันนี้ตั้งใจในการฟังเพื่อนๆนำเสนอสื่อ และตั้งใจฟังอาจารย์อธิบายเป็นอย่างดี

เพื่อน  :  วันนี้เพื่อนๆต่างเตรียมตัวในการนำเสนอสื่อเป็นอย่างดี และเพื่อนๆก็ตั้งใจฟังอาจารย์พูดและอธิบายดีมาก

อาจารย์  :  วันนี้อาจารย์ได้อธิบายเกี่ยวกับการเขียนแผนได้ชัดเจนมาก และอาจารย์ก็ยังยกตัวอย่างในการจัดกิจกรรมได้ชัดเจน และเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น




  


วันนี้เรียนสนุกมากเลยเจอกันสัปดาห์หน้าจ้า

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วัน อังคาร ที่ 14 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2557







                วันนี้อาจารย์เริ่มการเรียนการสอนโดยให้นักเรียนออกมานำเสนอสื่อวิทยาศาสตร์ ซึ้งเป็นสื่อที่อาจารย์สั่งไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ในการทำสื่อวิทยาศาสตร์นี้จะต้องเป็นการใช้อุประกรณ์จากวัสดุเหลือใช้หรือเป็นวัสดุจากธรรมชาติ โดยเพื่อนๆที่ทำสื่อมานำเสนอวันนี้ต้องเป็นสื่อที่เหมาะแก่การนำไปใช้สอนเด็กเกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์แบบง่ายๆ อาจจะเป็นเรื่องของอากาศ ลม แสง เป็นต้น 




ตัวอย่างสื่อวิทยาศาสตร์ของเพื่อนๆ


ตัวอย่างการนำเสนอสื่อวิทยาศาสตร์

1. กีต้าจากหลอด
                  สิ่งที่เกิด   ในขณะที่เราดีดยางที่ทำเป็นสายกีต้านั้นจะเห็นว่าถ้าหลอดมีความกว้างมากเสียงที่เราดีดก็จะดังมาก หากหลอดแคบลงเราก็จะได้ยินเสียงดีดเบาลง

2.ไหมพรมเต้นระบำ
                   สิ่งที่เกิด    ในการที่เราเป่าลมผ่านไปในหลอดที่มีไหมพรมร้อยอยู่นั้นยิ่งเราเป่าแรงมากเท่าไหร่ไหมพรมก็จะลอยแรงและเร็วเท่านั้น ซึ่งเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับลมที่เราเป่าเกิดเป็นอากาศที่เคลื่อนที่และลมมีแรงดันทำให้ไหมพรมลอยได้

3. ลูกโป่งลอยฟ้า
                   สิ่งที่เกิด    ในขณะที่เพื่อนเป่าลมผ่านหลอดแล้วนำลูกปิงปองใส่ไว้ด้านบนทำให้เกิดการลอยตัวของลูกปิงปองขึ้น ซึ้งเกิดจากลมที่เพื่อนเป่าแล้วเกิดเป็นแรงลมดันลูกปิงปองลอยตัวขึ้น

4. เรือดำน้ำ
                    สิ่งที่เกิด    ในขณะที่เพื่อนอธิบายการเล่นเราจะเรียนรู้ถึงการที่เราใช้น้ำเป็นตัวที่เท่ใส่เรือเพื่อที่น้ำนั้นจะเป็นแรงดันเรือทำให้เรือแล่นหมุนไปได้




สื่อวิทยาศาสตร์ของฉัน(ชื่อถุงโปร่งพอง)


 


อุปกรณ์การทำ

1.ท่อ PVC
2. ถุงพาสติก
3. หนังยาง
4. กรรไกร
5. กระดาษสี
6. กาว


ขั้นตอนการทำ




               1. นำกระดาษสีมาพันรอบท่อ pvc แล้วนำกาวมาติดให้แน่นๆเพื่อไม่ให้กระดาษหลุดได้




                 2. นำกระดาษมามัดใส่กับท่อ PVC แล้วนำเอาหนังยางมาลัดตรงปลายระหว่างถุงพาสติกกับท่อ PVC 




                            3. นำกระดาษสีมาตกแต่งให้สวยงามตามจินตนาการ


วิธีการเล่น 

            เด็กสามารถเล่นได้อย่างง่ายแค่เป่าลมเข้าไปในถุงพาสติก โดยผ่านท่อ PVC


สิ่งที่เด็กได้รับและได้สังเกต

              เด็กจะได้สังเกตลมที่เราเป่าเข้าไปในถุงพาสติกว่าก่อนที่เราจะเป่ามันเป็นรูปร่างอย่างไร และหลังจากที่เป่าลมเข้าไปแล้วถุงพาสติกจะเปลี่ยนเป็นรูปร่างอย่างไร เด็กๆยังได้เรียนเกี่ยวกับอากาศเหล่านี้มากขึ้นว่าการที่เป่าลมเข้าไปในถุงพาสติกนั้นเมื่อลมที่เป็นอากาศเข้าไปในถุงพาสติกก็จะทำให้อากาศกระจายตัวออกจากกันทำให้ถุงพาสติกพองโตขึ้นเป็นรูปร่างต่างๆ 





หมายเหตุ : นี้เป็นหน่วยส้มของกลุ่มดิฉันที่ปรับปรุงแก้ไขเสร็จแล้ว (อาจารย์ให้นำโพติในบล็อก)




การนำไปประยุกต์ใช้

               เราสามารถนำสื่อวิทยาศาสตร์ของเพื่อนๆเหล่านี้ไปปรับเปลี่ยนหรือเป็นแนวทางในการไปประดิษฐ์สื่อวิทยาศาสตร์สอนเด็กๆได้ ซึ่งเป็นสื่อที่ใช้สอนได้จริง ทำได้ง่ายๆ และเรายังใช้สื่อเหล่านี้เป็นการเชื่อมโยงในการเรียนเกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์ในหน่วยต่างๆได้


การประเมินผล

ตนเอง : วันนี้ตั้งใจดูการนำเสนอสื่อของเพื่อนๆเป็นอย่างดี และชื่นชอบสื่อของเพื่อนๆมาก

เพื่อน  :  วันนี้เพื่อนๆต่างประดิษฐ์สื่อกันได้ดีมากมีการแตกต่างและเป็นสื่อที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ได้ดีมาก

อาจารย์ : วันนี้อาจารย์ก็ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำไปสอนเด็กๆ และอาจารย์ก็ได้ให้คำชี้แนะเกี่ยวกับการทำสื่อที่ดีและคงทนเพิ่มเติมให้กับเพื่อนๆอกด้วย





วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วัน อังคาร ที่ 7 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2557









หมายเหตุ  :  วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากเป็นวันสอบ และเพื่อให้นักศึกษาได้เตรียมตัวในการอ่านหนังสือสอบอย่างเต็มที่ 












 


สู้ สู้ นะเพื่อนๆ 







วัน อังคาร ที่ 30 เดือน กันยายน พ.ศ.2557









              วันนี้อาจารย์ได้เริ่มการสอนจากการที่อาจารย์แจกกระดาษให้กับแต่ละแถวคนละ 1 แผ่น ซึ่งแต่ละแถวอาจารย์อาจารย์ให้ตัดกระดาษและพับกระดาษที่แตกต่างกันออกไปเป็นการประดิษฐ์กังหันเล็ก ซึ่งหลังจากที่แต่ละแถวพับและตัดเสร็จอาจารย์ก็ให้แต่ละแถวออกมาทำให้เพื่อนๆดูจนถึงแถวสุดท้ายเพื่อนให้เห็นถึงความแตกต่างของการประดิษฐ์กังหันเล็กของแต่ละแถวว่าแตกต่างกันอย่างไร และเพราะอะไร ซึ่งการประดิษฐ์กังหันมีลักษณะ ดังนี้


ตัวอย่างกังหัน



กิจกรรมที่ 1 การประดิษฐ์กังหัน


ความแตกต่างของกังหันแต่ละแถว

 แถวที่ 1  กังหันแถวนี้หมุนได้เร็วและนานเพราะเกิดจากการพับกระดาษที่ถูกลักษณะในการทำปีกเพื่อให้ต้านกับอากาศได้ดี
      
 แถวที่ 2  กังหันหมุนได้เร็วแต่หมุนอยู่ได้ไม่นานนักเพราะอาจเกิดจากการการพับกระดาษและวิธีการโยนที่แตกต่างกัน

 แถวที่ 3  กังหันแถวนี้ไม่ค่อยหมุนอาจเกิดจากการพับกระดาษที่ไม่ถูกลักษณะในการทำปีกต้านอากาศทีดีสักเท่าไหร่และอาจเกิดจากวิธีการโยนของแต่ละบุคคลที่บางคนอาจโยนได้สูง และอาจโยนได้ต่ำ

 แถวที่ 4  แถวนี้ได้มีการแก้ไขและปรับเปลี่ยนจากที่สังเกตจากแถวอื่นๆในเรื่องของการเปลี่ยนวิธีการโยน การตัดและการพับกระดาษ ซึ่งยังมีการทดลองการลอยตัวของกังหันก่อนนำมาสาธิตให้เพื่อนดู แถวนี้จึงได้กังหันที่หมุนได้เร็วและลอยตัวอยู่บนอากาศได้นานกว่าแถวอื่นๆ




กิจกรรมที่ 2 การประดิษฐ์ของเล่น

              กิจกรรมนี้เป็นการประดิษฐ์ของเล่นง่ายๆโดยเราสามารถให้เด็กๆประดิษฐ์เองได้ และนำไปเล่นได้จริงๆ ซึ่งของเล่นนี้จะสอดแทรกเกี่ยวกับเรื่องของทางเดินอากาศที่มีการเคลื่อนที่ โดยมีอุปกรณ์ ขั้นตอนการทำ และวิธีการเล่น ดังนี้





ตัวอย่างการประดิษฐ์ของเล่น



การประดิษฐ์ของเล่น

อุปกรณ์
1. แกนกระดาษทิชชู
2. เชือก
3. กระดาษ
4. สี
5. ดินสอ
6. กรรไกร

ขั้นตอนการทำ
1. นำแกนกระดาษทิชชูเจาะรูทั้ง 2 ข้างให้ตรงกัน
2. นำเชือกมาร้อยใส่กับแกนกระดาษทิชชูทั้ง 2 ข้าง แล้วผูกปลายเชือกติดกัน
3. นำกระดาษมาตัดเป็นรูปวงกลม แล้ววาดรูปตามจิตนาการณ์พร้อมกับตกแต่งให้สวยงาม
4. นำกระดาษที่วาดรูปตกแต่งเรียบร้อยแล้วมาติดใส่ตรงกลางของแกนกระดาษทิชชู

วิธีการเล่น
            นำเชือกมาแขวนคอแล้วให้แกนกระดาษทิชชูอยู่ด้านล่าง เพื่อที่เราจะใช้มือทั้ง 2 ข้างดึงเชือกด้านล่างสลับไปมาขณะที่เราดึงเชือกสลับไปมาอยู่นั้นแกนกระดาษทิชชูจะขยับและลอยตัวขึ้นมาเรื่อยๆ


หมายเหตุ : ถ้าดึงเชือกไม่ถูกวิธีแกนกระดาษทิชชูจะไม่เลื่อนขึ้น







สรุปบทความที่ 1






สรุปบทความที่ 2 





การนำไปประยุกต์ใช้
    
                เราสามารถนำการประดิษฐ์ของเล่นแบบง่ายๆนี้ไปใช้ในการเรียนการสอนให้กับเด็กได้จริง และเรายังสามารถนำการประดิษฐ์กังหันไปสอนเด็กเกี่ยวกับเรื่องของอากาศและลมได้  เราอาจจะนำหลักการประดิษฐ์เหล่านี้เป็นแบบอย่างในการไปประดิษฐ์ของเล่นอื่นๆได้


การประเมินผล

ตนเอง : วันนี้สนุกสนานกับการประดิษฐ์ของเล่นมากและยังได้รับความรู้เรื่องอากาศที่ใช้ของเล่นเป็นสื่อในการสอนได้มากขึ้น

เพื่อน : เพื่อนๆต่างก็ตั้งใจในการประดิษฐ์ของเล่นกันเป็นอย่างดี เพื่อนๆต่างคนต่างมีเทคนิคในการประดิษฐ์ที่แตกต่างกันออกไป

อาจารย์ : วันนี้อาจารย์ได้ใช้เทคนิคในการนำสื่อของเล่นมาปยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนได้ดีมาก และเป็นการสอนที่ดึงดูดความสนใจและไม่น่าเบื่อกับการเรียน เป็นการสอนที่ได้ท้งความรู้และความสนุกสนาน




 


วันนี้สนุกมากเลย  ไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะ





วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

วัน อังคาร ที่ 23 เดือน กันยายน พ.ศ.2557







             การสอนในวันนี้อาจารย์ได้เริ่มการสอนโดยการให้นักศึกษาจับคู่กัน 2 คน แล้วแจกกระดาษที่เป็นรูปต่างๆให้กับแต่ละคู่เพื่อให้นักศึกษาได้จัดแบ่งกัน และในขณะที่นักศึกษาตัดกระดาษอยู่อาจารย์ก็แจกกระดาษมาให้อีกคนละ 1 แผ่น และให้นักศึกษาผับครึ่งกระดาษแล้ววาดรูปอะไรก็ได้โดยในการวาดภาพนั้นต้องมีความสอดคล้องกันหรือเกี่ยวข้องกัน เช่น รูปไก่ กับ รูปสุ่มไก่ 


กิจกรรมที่ 1




ตัวอย่างรูปภาพของฉัน




ตัวอย่างกิจกรรมของเพื่อน

            จากกิจกรรมนี้เราจะได้เรียนรู้ถึงการประยุกต์ของเหลือใช้มาประดิษฐ์สื่อในการเรียนการสอนแบบง่ายๆ หากเรานำกิจกรรมนี้ไปให้เด็กปฐมวัยได้ทำเด็กๆก็จะได้เรียนรู้โดยการลงมือทำจริงได้สร้างชิ้นงานของตัวเอง ซึ่งเด็กๆจะมีวิธีการเรียนรู้โดยผ่านการใช้สัมผัสทั้ง 5 ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ของเด็ก
อุปกรณ์
1.กระดาษสี 
2.ไม้เสียบลูกชิ้น
3.แท็ปใส
4.สีไม้
5.กรรไกร

วิธีทำ
1.ตัดกระดาษให้เป็นรูปผืนผ้า(ยาวพอประมาณ)
2.ผับครึ่งของส่วนของกระดาษให้เท่ากัน
3.วาดรูปที่สอดคล้องกันใส่ด้านหน้าและด้านหลังของกระดาษ
4.ตกแต่งให้สวยงาม
5.นำไม้เสียบลูกชิ้นมาว่างระหว่างกลางของกระดาษ
6.นำแท็ปใสมาติดระหว่างตรงกลางไม้กับกระดาษและปลายของกระดาษ

ทักษะที่เด็กจะได้รับ
1.การสังเกต
2.การคาดคะเน
3.การจัดหมวดหมู่
4.การคิดและจิตนาการอย่างสร้างสรรค์

          หลังจากที่ทำกิจกรรมประดิษฐ์นี้เสร็จอาจารย์ก็นำกระบอกที่ทำมาจากแกนทิสชู้มาให้นักศึกษาได้ดูโดยให้เวียนกันดูทุกคน

กิจกรรมที่ 2


 

ตัวอย่างกิจกรรม


         จากกิจกรรมนี้เราจะได้เรียนรู้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องสี  และเรายังสามารถเรียนรู้การเดินทางของแสงเมื่อผ่านแผ่นพาสติกใสที่มีสีต่างกัน ซึ่งจากกิจกรรมนี้เราจะได้ทักษะ คือ 1.การสังเกต เช่น รูปร่าง รูปทรง ขนาด ความกว้าง 2.การเปรียบเทียบ เช่น การเปรียบเทียบสีของพาสติกสีที่ต่างกัน

กิจกรรมที่ 3 

                  กิจกรรมนี้เป็นการทำ mind map ซึ่งเป็นงานกลุ่มที่สามารถเลือกหัวข้อหรือหน่วยที่เกี่ยวกับอะไรก็ได้ เช่น ส้ม กบ มด ดิน ทุเรียนเป็นต้น โดยให้แต่ละกลุ่มช่วยกันทำ mind map และแตกหัวข้อที่เกี่ยวกับหน่วยที่กลุ่มตัวเองเลือก โดยที่ต้องจัดเรียงหัวข้อให้ถูกต้องและเหมาะสม และในการจัดเขียนหัวข้อนั้นต้องจัดตามหัวข้อ ดังนี้
1. ชนิด หรือ ประเภทของแต่ละหน่วย
2. ลักษณะ เช่น สี ขนาด รูปร่าง กลิ่น
3. ประโยชน์
4. ข้อควรระวัง หรือ โทษ
5. วิธีเก็บรักษา หรือ การบำรุง (ถ้ามี)
6. การแปรรูป 




ตัวอย่างกิจกรรมของแต่ละกลุ่ม




ตัวอย่างกลุ่มดิฉัน



สรุปการทดลองจาก VDO 





การนำไปประยุกต์ใช้

            เราสามารถนำกิจกรรมเหล่านี้ไปจัดในการเรียนการสอนให้กับเด็กได้ และเรายังสามารถนำวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์ในการเรียนการสอนแบบง่ายๆให้กับเด็กๆได้เรียนรู้ถึงคุณค่าและประโยชน์ของเศษวัสดุเหลือใช้

การประเมินผล

ตนเอง : วันนี้รู้สึกสนุกสนานในการเรียนและการทำกิจกรรมในวันนี้เป็นอย่างมาก เป็นการเรียนที่ไม่น่าเบื่อ และรู้สึกเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้นในการจัดการเรียนการสอนนี้

เพื่อน : วันนี้เพื่อนๆต่างสนุกสนานในการเรียนและให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเป็นอย่างดี และยังช่วยกันตอบคำถามอาจารย์ได้ดีมาก

อาจารย์ : วันนี้อาจารย์มีการสอนในรูปแบบที่ให้ลงมือทำจริง ปฎิบัติจริง ซึ่งเป็นการสอนที่ทำให้เห็นชัดเจนขึ้นกับเรื่องราว หรือสิ่งประดิษฐ์ต่างๆเหล่านี้ได้ชัดเจนขึ้น และยังทำให้การเรียนการสอนไม่รู้สึกเบื่อ






วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

วัน อังคาร ที่ 16 เดือน กันยายน พ.ศ.2557








          วันนี้อาจารย์เริ่มการสอนโดยให้เพื่อนๆออกไปอ่านบทความ ซึ่งวันนี้อาจารย์ให้เพื่อนอ่านบทความแค่ 2 บทความ หลังจากเพื่อนอ่านเสร็จอาจารย์ก็ให้คำแนะนำและอธิบายเกี่ยวกับบทความของเพื่อนๆว่ามีจุดประเด็นตรงไหนที่สำคัญ


บทความที่ 1 เรื่องวิทยาศาตร์กับเด็กปฐมวัย
            สิ่งที่เด็กจะเรียนรู้จะต้องเป็นเรื่องที่หรือสิ่งที่ใกล้ตัว เช่น ดิน หิน อากาศ เด็กจะต้องเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้เพื่อแก้ไขปัญหาและค้นหาความจริงที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ซึ่งผู้เรียนจะได้ทักษะในการเรียนรู้ อยู่ 3 ทักษะ คือ 1. การสังเกต 2. การจำแนก 3. การเรียงลำดับ  ซึ่งกิจกรรมนี้จะมีความสำคัญในการเรียนวิทยาศาสตร์เพื่อให้เด็กได้เห็นคุณค่าในตัวเอง

สาระที่เด็กควรเรียนรู้มี 4 สาระ คือ
1. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
2. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
3. ธรรมชาติรอบตัว
4.สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก


บทความที่ 2 เรื่องการสอนเรื่องปรากฎการณ์ธรรมชาติมีความสำคัญอย่างไร

ความสำคัญ
- เพราะมีผลกระทบต่อชีวิตเรา
- ทำให้เกิดความไม่สมบรูณ์ต่างๆ

การพัฒนาทักษะ
- การสังเกต
- การเปรียบเทียบ
- การอภิปราย
- การสรุป
- การปฎิบัติ


            จากบทความทั้ง 2 บทความนี้สรุปได้ดังนี้ วิธีการเรียนรู้ของเด็กคือการที่เด็กได้ลงมือปฎิบัติทำจริง และได้สร้างชิ้นผลงานของตัวเองขึ้น ซึ้งการเรียนรู้นี้จะใช้เครื่องมือในการเรียนรู้ที่ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ กาย(การสัมผัส) ตา หู จมูก ลิ้น   โดยการเรียนรู้นี้เราสามารถใช้สื่อต่างๆสอดแทรกได้ เช่น เพลง 

            หลังจากที่อาจารย์ได้อธิบายเกี่ยวกับบทความของเพื่อนเสร็จอาจารย์ก็พาเราร้องเพลงเต่า เนื้อเพลงเต่าเป็นเนื้อเพลงสั้นๆ และเป็นสิ่งรอบตัวที่เด็กที่รู้จัก เนื้อเพลงเต่า มีดังนี้

เพลง เต่า

  เต่า เต่า เต่า       เต่ามันมีสี่ขา
    สี่ตีน(เท้า)เดินมา        มันทำหัวผุดผุด โพล่โพล่





สรุปการดู VDO เรื่องความลับของแสง


การนำไปประยุกต์ใช้

            เราสามารถนำนิทานเรื่องความลับของแสงเป็นแนวทางหรือเป็นหลักในการไปจัดกิจกรรมให้กับเด็กๆได้ เช่น การเรียนการเดินทางของแสง ซึ่งเราสามารถนำตัวอย่างในนิทานนี้ไปปรับเปลี่ยนเพื่อนำไปให้เด็กๆได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแสงได้

การประเมินผล

ตนเอง ; รู้สึกสนุกสนานกับการนั่งดู VDO เรื่องความลับของแสงมาก เพราะเป็นนิทานที่ได้ทั้งความสนุกสนาน และได้ความรู้

เพื่อน ; วันนี้เพื่อนๆต่างตั้งใจเรียน และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมร้องเพลง และช่วยกันคิดและตอบคำถามอาจารย์เป็นอย่างดี

อาจารย์ : วันนี้อาจารย์ได้มีการเตรียมการสอนมาเป็นอย่างดีถึงแม้ว่าวันนี้ VDO ที่อาจารย์เตรียนมาสอนนั้นจะเปิดไม่ได้แต่อาจารย์ก็มีวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ โดยให้หัวหน้าไปโพติ VDO ลงกลุ่มแล้วให้นักศึกษาไปดูและสรุปเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าอาจารย์มีความพยายามและไม่ละเลยในการสอนเป็นอย่างดี 

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557






บทความเรื่อง จุดประกายเด็กคิดนอกกรอบ....สนุกคิดกับของเล่นวิทยาศาสตร์ 

            ของเล่นนี้อยู่คู่กับเด็กทุกๆคนและการเล่นก็เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้อีกแบบหนึ่งที่สามารถกระตุ้นและจุดประกายความสนใจในการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ กิจกรรมสนุกคิดกับของเล่นวิทยาศาสตร์ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เพื่อเด็กจะได้ทดลองค้นคว้า โดยการใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ผ่านการทดลองโดยใช้กระบวนการผ่านการเล่นของเด็กๆ





สรุปบทความเป็น mind map